SEO เกี่ยวยังไงกับนักประพันธ์

By | April 27, 2021
Spread the love

SEO Writing Techniques
จะเขียนเนื้อหาของบทความให้เป็นอมตะบน Google 

จำเป็นต้องทราบเคล็ดวิธีกลุ่มนี้
Chapter 1: Introduction to SEOChapter 2: Keyword ResearchChapter 3: Site StructureChapter 4: On-Page SEOChapter 5: SEO Writing TechniqueChapter 6: Link BuildingChapter 7: SEO Techniques


คอนเทนต์หรืองานประพันธ์นับว่าเป็น “Body” หรือแกนหลักของกระบวนการทำ SEO เนื่องจากคอนเทนต์เป็นสิ่งที่ผู้เสิร์ดูองหา และก็งานนิพนธ์เป็นคำตอบที่เว็บจะมอบให้กับพวกเขา ในฟากของ Search Engine เอง ก็ดำเนินการโดยการมองหา (Crawl) รายละเอียดหรืองานประพันธ์จาก “Keyword” ที่มีคนเสิร์ชเข้ามา งานนิพนธ์ก็เลยมีส่วนสำคัญต่อกระบวนการทำ SEO อย่างมาก

วิธีการเขียน SEO เป็นอย่างไร
แนวทางเขียนเพื่อ SEO ก็เลยหมายความว่า วิธีการทำคอนเทนต์หรือบทความให้ถูกเสิร์ชพบกล้วยๆบน Search Engine โดยทำคอนเทนต์ให้เกี่ยวโยง มีคุณภาพ มอบค่าให้กับคน รวมทั้ง Search Engine หาพบ

เอาง่ายๆก็คือกระบวนการทำคอนเทนต์ให้ติดอันดับดีๆบนหน้าเสิร์ช ซึ่งถ้าเกิดคอนเทนต์ถูกหาพบได้ง่าย ก็เสมือนเว็บได้รับยอดผู้ชมเว็บ (Traffic) มาโดยที่พวกเราไม่ต้องเสียตังค์โปรโมตอะไรมากมาย

SEO เกี่ยวยังไงกับนักประพันธ์
แน่ๆว่า คอนเทนต์ที่มี SEO ที่ดี จะต้องเริ่มจากนักประพันธ์เป็นคนช่วยทำ จะเห็นว่าคือเรื่องของนักการตลาดสิ่งเดียวมิได้ (เพราะว่านักการตลาดบางทีอาจเข้าใจ SEO แม้กระนั้นบางครั้งอาจจะเขียนออกมามิได้อย่างผู้เขียน)

ในฐานะของคนเขียนออนไลน์ SEOเป็นหนึ่งในสิ่งที่คุณจำเป็นต้องศึกษา เพราะเหตุว่าจะช่วยทำให้งานประพันธ์โลดแล่นบนโลกดิจิทัล ลองนึกดูว่าถ้าหากงานที่เขียนของพวกเราสามารถติดอันดับ Google เสิร์ชกี่ครั้งก็พบ ในทางหนึ่งก็ดีแล้วต่อเว็บแล้วก็ SEO ในรูปภาพรวม รวมทั้งในทางหนึ่งมันก็น่าภาคภูมิใจใช่ไหม

ต้องการเริ่มเขียนเนื้อหาของบทความ SEO แล้ว จำเป็นต้องทราบอะไรบ้าง?

ไม่ว่าคุณจะเป็นคนเขียนหรือเป็นผู้ที่ปลูกปั้นเขียนเว็บไซต์ทำบล็อกของตน วิธีการเขียน SEO ตั้งแต่นี้ต่อไปจะช่วยทำให้เว็บของคุณทะยานไต่ชั้นไปอยู่หน้าแรกๆได้แน่ๆ

วิธีเขียนเนื้อหาบทความ SEO ให้ติดอันดับเป็นอมตะบน Google
1. ทุกๆบทความจะต้องมี Keyword
Keywordหมายถึง‘คำสำคัญ’ หรือ ‘กลุ่มคำสำคัญ’ ที่พวกเราอยากที่จะให้คนเสิร์ชพบด้วยกลุ่มคำนี้

คราวก่อนเวลาจะเขียน บทความพวกเราบางทีอาจคิดเพียงแค่ชื่อ พล็อตเรื่อง แล้วก็เล่าไปแบบนั้น แต่ว่าเมื่อมาเขียนเนื้อหาของบทความออนไลน์ พวกเราควรจะเริ่มต้นว่าเขียนเพื่อคนใดกัน แล้วเรื่องที่พวกเราจะเขียน เขาจะค้นหาด้วย Keyword อะไร

ยกตัวอย่างมุมมองการเลือกคีย์เวิร์ด
เขียนในสิ่งที่ต้องการพรีเซนเทชั่น
ส่วนมากแล้ว เริ่มกล้วยๆว่าพวกเราจะเขียนเกี่ยวกับอะไร หัวข้อนั้นล่ะเป็นKeyword เป็นต้นว่า Content Shifu จะเขียนเกี่ยวกับ การผลิตเว็บด้วย WordPress คีย์เวิร์ดที่เลือกใช้ก็ดังเช่น “การผลิตเว็บ” “WordPress” ฯลฯ

คิดในมุมผู้ใช้ ผู้ที่พึงพอใจเนื้อหานี้ คงจะพอใจอะไร
นอกเหนือจากพวกเราหา Keyword ในมุมของพวกเราแล้ว ทดลองคิดเพิ่มว่าในมุมของผู้ที่จะเสิร์ชเข้ามา อันที่จริงแล้วเขาอยากได้อะไร อย่างเช่น หากพวกเราจะเขียนประเด็นการสร้างเว็บด้วย WordPress สิ่งที่คนคงจะค้นหาเข้ามาก็เป็นต้นว่า “พัฒนาเว็บไซต์ด้วยตัวเอง” “แนวทางสร้างเว็บ” “การใช้ WordPress” ฯลฯ


Tips

พวกเราสามารถเลือกใช้ Keyword ที่พวกเราอยากร่วมกับ Keyword อื่นๆที่มีความคิดว่าคนคงจะเสิร์ชมาใช้ด้วยกันได้ ไม่มีความจำเป็นต้องมุ่งจุดโฟกัสเพียงแค่ Keyword คำเดียว ก็จะเพิ่มจังหวะที่คนจะเสิร์ชพบบทความของพวกเรา
พวกเราเรียก Keyword อื่นๆที่เกี่ยวเนื่องว่า “Keyword ร่วม” หรือ “Related Keyword”

ใช้ Keyword Research Tools สำหรับการหาคีย์เวิร์ด รับทำ SEO
แบบอย่างใน 2 ข้อแรกหมายถึงKeyword ที่พวกเราเริ่ม ‘ทายใจเอาเอง’ แต่ว่าถ้าเกิดพวกเราต้องการเลือก Keyword ที่ช่วยทำชั้นเว็บได้จริงๆมีคนค้นหาจริงๆการใช้งานเครื่องมือ Keyword Research ตัวอย่างเช่น Google Keyword Planner, Ubersuggest, Keysearch ก็จะมีประโยชน์มากมายๆ

Keyword Research Tools จะช่วยบอก Volume จำนวนการค้นหาของคีย์เวิร์ด รวมทั้งประเมินความยากสำหรับในการชิงชัยของคีย์เวิร์ดนั้นๆด้วย รวมทั้งอีกผลดีเป็นมันเอาไว้ใช้ช่วยหาวลีที่ใกล้เคียงกันเผื่อให้พวกเราเลือกใช้ด้วย

KW Finfer อุปกรณ์ เขียนเนื้อหาของบทความ SEO
แบบอย่างกระบวนการทำ Keyword Research ค้นหาคำว่า “การผลิตเว็บ” ด้วย KWFider
มองแนวทางหา Keyword และก็ทำ Keyword Research ใช้อย่างพิถีพิถัน (ลิงก์ไป Ch.2)



New call-to-action



2. ตำแหน่งสำหรับการวาง Keyword
Google ให้ความใส่ใจกับรายละเอียดแต่ละส่วนแตกต่างกัน ถ้าหากต้องการบอก Google ว่า นี่เป็นกลุ่มคำสำคัญนะ ก็ให้ใส่ Keyword เข้าไปในสาระสำคัญทั้งยัง 5 ตำแหน่ง ดังนี้

Title หรือ ชื่อบทความ
URL ชื่อลิงก์ของบทความ (เรียกอีกอย่างว่า Slug)
หากคีย์เวิร์ดของคุณเป็นภาษาอังกฤษ ก็ไม่มีปัญหา แต่ว่าหากเป็นภาษาไทย คุณอาจต้องเลือกระหว่างไม่ใส่มันลงไป กับใช้ไปเลย ซึ่งข้อผิดพลาดเป็น URL จะไม่สวยแล้วก็บางทีอาจเหลวถึงเวลาเอาไปแชร์

Description หรือ คำพรรณนาบทความ รับทำเว็บ
โดย Default แล้ว ซึ่งก็คือย่อหน้าแรก แม้กระนั้นพวกเราก็สามารถเปลี่ยนแปลง Description เองได้เช่นเดียวกัน ถ้าหากคุณใช้ WordPress ก็สามารถโหลด SEO plugin อย่างเช่น Yoast SEO แล้ว Edit ปรับแก้ได้



Headings หรือ เรื่องต่างๆ
Headings สำหรับทำ SEO ในบทความ

การคิด Heading เขียนเนื้อหาบทความ SEO
ตำแหน่งสำหรับในการวาง Keyword
ที่มารูปภาพ: backlinko.com
ชื่อภาพ รวมทั้ง Alt Text ของภาพ
ผู้คนจำนวนมากอาจจะไม่รู้ว่า ชื่อของรูปภาพก็มีผลต่อ SEO ด้วย ก่อนอัปโหลดควรจะตั้งชื่อให้มีคีย์เวิร์ด รวมทั้งเมื่ออัปโหลดเข้าไปแล้ว ให้คลิกปรับปรุงรูปภาพ แล้วก็ใส่คีย์เวิร์ดใน Alternative Text ด้วย (ธรรมดาแล้ว Alt Text มีไว้สำหรับขณะที่ภาพโหลดไม่ขึ้น ก็จะโชว์เพื่อกล่าวว่ารูปภาพนี้เกี่ยวพันกับอะไร)

การใส่ Alt Text คำชี้แจงภาพ


ตำแหน่งสำหรับในการใส่ Alt Text แล้วก็ Image Title ใน WordPress
การคั่น Keyword เข้าไปในตำแหน่งที่มีความสำคัญในการรบทั้งยัง 5 ตำแหน่งข้างต้น บางทีอาจมองเกิดเรื่องทางด้านเทคนิค แม้กระนั้นเคล็ดวิธีนี้ก็จำต้องอาศัย ‘ความริเริ่มคิดสร้างสรรค์’ เพื่อทำให้เนื้อความยังมีความเที่ยงธรรมชาติ อ่านแล้วน่าดึงดูด ซึ่งจุดที่ยากที่สุดน่าจะเป็นการเขียนหัวข้อ Heading

เช่น ผู้ขายผลไม้ต้องการว่าจ้างพวกเราเขียนเนื้อหาบทความซึ่งมีไอเดียว่า “4 ผลไม้ ลดหุ่น” (Keywordหมายถึง“ลดหุ่น”) โดยรายละเอียดจำเป็นต้องเอ่ยถึงผลไม้ 4 ประเภท เป็นต้นว่า 1.ผลแอปเปิ้ล 2.มะละกอ 3.กล้วย 4.ส้ม พวกเราบางทีอาจเขียน Heading ว่า

ลดน้ำหนัก ด้วยผลแอปเปิ้ล
มะละกอ ช่วยถ่าย ลดหุ่น
กล้วยหอม อิ่มท้อง ไม่ต้องอด
ลดความอ้วน แถมหวาน จะต้องรับประทานส้ม
ถ้าหากพวกเราใส่คีย์เวิร์ดได้ก็ใส่ ถ้าหากมากมายไปก็แปลง ใส่พวก Related Keyword หรือคำที่สื่อความหมายใกล้เคียงเข้าไปแทน

3. จำนวนรวมทั้งผู้กระทำระจายแบบอย่างเป็นธรรมชาติของ Keyword
แน่ๆว่าคีย์เวิร์ดมิได้ใส่ลงไปในจุดยุทธศาสตร์ทั้งยังห้าสิ่งเดียว แต่ว่าจะต้องมีเขียนถึงในเนื้อบทความบ้าง

พวกเราใช้คำว่า “บ้าง” มีความหมายว่า ไม่สมควรใส่มากเกินความจำเป็น ด้วยเหตุว่า Google จะคิดว่าพวกเรามานะใส่มากเกินความจำเป็น ข้อแนะนำส่วนมากกล่าวว่า Keyword density ไม่สมควรเกิน 2.5% ซึ่ง Keyword density คือ รูปร่างของคีย์เวิร์ดเมื่อเทียบกับจำนวน Text ทั้งปวงในบทความ

ข้อแนะนำเป็น ถ้าเกิดเป็นได้ พวกเราควรจะใส่คีย์เวิร์ดในประโยคแรกของบทความ แล้วต่อจากนั้นเป็นให้กระจัดกระจายหละหลวมๆทั่วอีกทั้งบทความ

ใน WordPress แนวทางดู Keyword density ก็สามารถใช้ SEO plugin อย่าง Yoast SEO สำรวจได้ด้วยเหมือนกัน

จุดเด่นของ Yoast SEO สำหรับการเขียนเนื้อหาของบทความ SEO

คำตอบที่ Yoast เอ๋ยถึงบทความ Inbound Marketing การตลาดแบบจอมยุทธ์
สีส้มๆเป็นเขาเตือนว่าพวกเราลืมเอา stop word (คำสุรุ่ยสุร่าย) ตรง Url ออก อาทิเช่น introduction-to-inbound-marketing ควรจะกลายเป็น inbound-marketing-introduction ไม่ต้องมี to
4. เขียนเนื้อหาของบทความประสิทธิภาพเป็นกระบวนการทำ SEO ที่เหมาะสมที่สุด
Search Engine ระดับนานาชาติย่อมอยากที่จะให้ผลสรุปการค้นหาของตัวเองประทับใจผู้ใช้นักอ่าน ซึ่งก็นับได้ว่าระบบต้องต้องการเสนอคอนเทนต์ที่เขามีความคิดว่ามีคุณภาพ

แล้ว Google ทราบได้อย่างไร ว่าบทความไหนมีคุณภาพ?

มีหลายเรื่องให้ดูมากมาย แต่ว่าขอยกตัวอย่างมา 3 ปัจจัยเบื้องต้น ดังต่อไปนี้

ความยาวของบทความ
บทความที่ยาว มีลักษณะท่าทางจะเป็นบทความที่มีคุณภาพ แสดงว่า “มิได้มาเล่นๆ” ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญหลายๆคนพูดว่าถ้าเกิดเป็นได้ซัก 500 – 700 คำ กำลังพอดี แต่ว่าสำหรับชพวกเราชี้แนะว่าควรจะอยู่ที่เฉียดฉิวๆ1,000 คำขึ้นไป

บทความสดใหม่ (Original Content)
คำว่าสดใหม่มีสองนัยหมายถึงเขียนขึ้นเอง ไม่มีใครเหมือน (รวมทั้งจะต้องไม่คัดลอกหรือเอาบทความอื่นมาเขียนใหม่ด้วย) กับอีกนัยนึงหมายถึงเขียนก่อนคนใดกัน

ยอด Engagement บน Social Media
โดยยิ่งไปกว่านั้นถ้าหากบทความของคุณได้รับการแชร์จำนวนมากก็จะส่งผลต่อ SEO สูงมากมาย ถ้าหากบทความของคุณมีคุณประโยชน์จริงๆหรือทำให้คนอ่านชอบใจได้ มั่นใจว่านักอ่านจำเป็นต้องต้องการแชร์

5. ความสม่ำเสมอรวมทั้งรออัปเดตคอนเทนต์
บทความที่ตั้งหัวใจเขียน เช็คแล้วเช็คอีกว่าดีกับ SEO หรือไม่ บางทีอาจไม่ได้เรื่องลัพธ์อย่างความคาดหวัง ด้วยเหตุว่าขาด ‘ความสม่ำเสมอ’

เนื่องจากกว่าเว็บจะเติบโต มี Authority สูงๆได้รับการยินยอมรับจาก Google ก็จำต้องใช้เวลาสะสมประสบการณ์

ในสายตาของ Search Engine อย่าง Google คอนเทนต์ที่ลงบนเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ คือ เว็บได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยม เป็นเว็บที่เติบโตอยู่เรื่อยๆ เนื่องจากว่ามีคนเข้าเยี่ยมชมเว็บอย่างสม่ำเสมอ (การแชร์ไปบนเครือข่ายสังคมจะช่วยทำให้ได้คนเข้ามายังเว็บโดยทันที ไม่ต้องคอย Google จัดลำดับ)

ส่วนด้าน Branding การที่เว็บใดมีคอนเทนต์ออกมาโดยตลอดก็ช่วยทำให้แบรนด์ได้ความสัมพันธ์แล้วก็รักษาความข้องเกี่ยวกับคนอ่านเรื่อยรวมทั้งหากยิ่งมีการคิดแผนทำคอนเทนต์ในด้านที่เฉพาะๆแล้วด้วย แบรนด์ก็จะยิ่งได้รับความน่าวางใจ มองเป็นผู้ชี่ยวชาญในเรื่องที่เล่า

นอกจากนั้น ถ้าเกิดทำคอนเทนต์เผยแพร่ได้แล้ว จะนิ่งเฉยมิได้ จำต้องรอเช็คชั้นเว็บ พินิจพิจารณาเว็บไซต์คู่ปรับ และก็อัปเดตคอนเทนต์ของพวกเราให้ดีมากยิ่งกว่า –ในสายตาของ Google คอนเทนต์ใหม่หรือคอนเทนต์ที่อัปเดตจะน่าไว้วางใจกว่าด้วย เนื่องจากคิดว่าข้อมูลจะเป็นตอนนี้ที่สุด

Category: SEO